นางแคร์รี หล่ำ ผู้บริหารฮ่องกงเปิดใจกับกลุ่มนักธุรกิจว่า เธอได้ก่อหายนะอย่างไม่สามารถให้อภัยได้จากการทำให้ฮ่องกงตกอยู่ในวิกฤตการเมือง และอยากลาออกหากเลือกได้

รอยเตอร์เผยแพร่เนื้อหาจากเทปบันทึกเสียงการประชุมเป็นการภายในนาน 24 นาทีระหว่างนางหล่ำวัย 62 ปีกับกลุ่มนักธุรกิจเมื่อสัปดาห์ก่อน เธอยอมรับว่า มีข้อจำกัดมากในการแก้ไขวิกฤตขณะนี้เพราะเหตุไม่สงบในฮ่องกงได้กลายเป็นประเด็นความมั่นคงและอธิปไตยแห่งชาติสำหรับจีนไปแล้วขณะที่ความตึงเครียดระหว่างจีนกับสหรัฐทวีความรุนแรงขึ้น หากเธอมีทางเลือกสิ่งแรกที่จะทำคือลาออกจากตำแหน่งและกล่าวขออภัยจากใจจริง เธอคิดว่ายังไม่ถึงจุดที่รัฐบาลจีนต้องตัดสินใจเพราะไม่ได้ขีดเส้นตายให้ต้องยุติวิกฤตก่อนถึงวันชาติจีน 1 ตุลาคมนี้ และเชื่อว่าจีนยังไม่ได้คิดเรื่องส่งกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีนเข้ามารักษาความเรียบร้อยในฮ่องกง อย่างไรก็ดี เมื่อสถานการณ์ในฮ่องกงได้ยกระดับขึ้นเป็นเรื่องระดับประเทศไปแล้ว ผู้บริหารฮ่องกงซึ่งมีหน้าที่ตามธรรมนูญที่จะต้องรับใช้ทั้งรัฐบาลจีนและประชาชนฮ่องกงจึงเหลือเครื่องไม้เครื่องมือทางการเมืองน้อยมาก ๆ

รอยเตอร์ตั้งข้อสังเกตว่า น้ำเสียงของนางหล่ำในการประชุมเป็นการภายในนี้แตกต่างจากน้ำเสียงในการแถลงข่าวต่อสาธารณะที่ดูหนักแน่นเข้มแข็ง เธอเผยความรู้สึกว่า ผู้บริหารที่ทำให้ฮ่องกงเกิดหายนะเช่นนี้ไม่สมควรได้รับการให้อภัย และบอกกับที่ประชุมว่า รัฐบาลจีนตระหนักดีว่าการส่งทหารเข้ามาจัดการกับผู้ประท้วงอาจส่งผลเสียต่อชื่อเสียงประเทศ เป็นเรื่องที่ไม่คุ้มค่า จีนใช้เวลานานในการสั่งสมภาพลักษณ์สากลและการมีบทบาทบนเวทีโลก ไม่ใช่แค่การเป็นเศรษฐกิจใหญ่เท่านั้น แต่เป็นเศรษฐกิจใหญ่ที่มีความรับผิดชอบ จีนพร้อมจะใช้เวลาเพื่อผ่านพ้นเหตุไม่สงบในฮ่องกง แม้สิ่งนั้นจะหมายถึงความเจ็บปวดทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นกับฮ่องกงทั้งเรื่องนักท่องเที่ยวลดลงและเงินทุนไหลออก ผู้บริหารฮ่องกงย้ำเรื่องการใช้หลักนิติธรรม การฟื้นฟูเสถียรภาพให้แก่ฮ่องกง และการปรับปรุงวิธีการสื่อสารนโยบายของทางการให้ประชาชนเข้าใจ จากนั้นได้ยินเสียงปรบมือปิดท้ายเทปบันทึกเสียง