ทางการสหรัฐจับกุมนักศึกษาชาวอินเดีย 129 คน สมัครเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยที่รัฐบาลตั้งขึ้นเพื่อล่อจับขบวนการทำวีซ่าผิดกฎหมาย ที่นายหน้า 8 คนถูกดำเนินคดีแล้ว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงนอวเดลี ประเทศอินเดีย เมื่อวันที่ 3 ก.พ. ว่ากระทรวงการต่างประเทศของอินเดียออกแถลงการณ์เมื่อวันเสาร์ ว่าได้ยื่นหนังสือต่อสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำกรุงนิวเดลี “เพื่อขอคำชี้แจง”  เกี่ยวกับการที่เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของรัฐบาลวอชิงตันควบคุมตัวนักศึกษาชาวอินเดีย 129 คน สมัครเข้าศึกษาใน “มหาวิทยาลัยปลอม” ที่ทางการสหรัฐจัดตั้งขึ้น โดยรัฐบาลนิวเดลียืนยันว่านักศึกษาเหล่านี้ “ถูกล่อลวง” และต้องการประสานงานด้านกงสุลเพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ถูกจับกุมทุกคน แต่เจ้าหน้าที่ของสหรัฐยืนยัน “หลักฐานมีน้ำหนัก” ว่านักศึกษาอินเดียกลุ่มนี้ทราบดีว่ามหาวิทยาลัยที่สมัครนั้น “ไม่มีจริง” บ่งชี้เจตนาต้องการหลบหนีเข้าเมือง

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้น หลังกระทรวงยุติธรรมสหรัฐประกาศเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ดำเนินคดีกับผู้ต้องหา 8 คน ฐานสมคบคิดเป็นขบวนการนายหน้าให้บริการปลอมแปลงเอกสารแก่พลเมืองต่างชาติซึ่งต้องการลักลอบอาศัยและทำงานในประเทศ ด้วยการให้สมัครเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยหรือสถานศึกษา โดยคิดค่าธรรมเนียมมหาศาล แล้วใช้หลักฐานปลอมเหล่านั้นหางานทำในสหรัฐให้กับลูกค้าซึ่งไม่ได้เข้าศึกษาจริงในมหาวิทยาลัยแห่งใด
 
แม้รัฐบาลวอชิงตันยังไม่ได้ให้ข้อมูลว่าจะดำเนินการอย่างไรกับนักศึกษาชาวอินเดียทั้ง 129 คนนี้ ที่สมัครเข้าเรียนกับ “มหาวิทยาลัยฟาร์มิงตัน” ในรัฐมิชิแกน อย่างไรก็ตาม มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะมีการเนรเทศนักศึกษากลุ่มนี้ต่อไป โดยในความเป็นจริงสถานศึกษาแห่งนี้ไม่มีตัวตน เนื่องจากเป็นเพียงฉากหน้าของมหาวิทยาลัยที่กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ และสำนักงานสอบสวนกลาง ( เอฟบีไอ ) ร่วมกันวางแผนเปิดขึ้น เพื่อล่อลวงจับขบวนการลักษณะนี้โดยเฉพาะ

ทั้งนี้ ปัจจุบันข้อมูลของทางการสหรัฐระบุว่า สัญชาติของนักศึกษาต่างชาติมากที่สุด 3 อันดับระหว่างปีการศึกษา 2560 ถึง 2561 ได้แก่ จีน อินเดีย และเกาหลีใต้ คิดเป็นสัดส่วนรวมกัน 56.1%.